Wednesday, January 29, 2014

การทิ้งรอก (Free fall)

  1. การทิ้งรอก (Free fall)

    ตามทฤษฎีแล้ว ทำให้รถเครนตีสภาพได้อย่างมากที่ 80%
    เพราะว่า เรื่องสลิง, โครงสร้าง, super structure, ลูกปืน, จานรอก และอื่นๆ
    มีความเสียหายสะสม
    สะดวกตอนนี้ ลำบากวันข้างหน้า
    เครดิต แฟนเพจกลุ่มผู้ประกอบการรถเครน

กฎการทิ้งรอก (free fall) ภาค 2

  1. กฎการทิ้งรอก (free fall) ภาค 2

    กฎการทิ้งรอก (free fall) ภาค 2
    การทิ้งรอกควรทำเฉพาะตอนที่ไม่มีชิ้นงานอยู่
    หรือว่า ถ้าจำเป็น ต้องอย่าเกิด 20% ของความสามารถของสลิง
    เพราะว่าการทิ้งรอกมีแรงกระตุกสูงมาก (Shock load)
    สรุป รถเครน 25 ตัน หากจำเป็น อย่าทิ้งรอกที่มีน้ำหนักเกิน 600 KG
    รถเครน 50 ตัน หากจำเป็น อย่าทิ้งรอกที่มีน้ำหนักเกิด 800KG
    (ซึ่งน้ำหนักก็สูสีกับน้ำหนักรอกเล็กรอกใหญ่แล้ว)
    สุดท้ายนี้ อย่าทิ้งรอกเป็นดีที่สุด
    เครดิต แฟนเพจกลุ่มผู้ประกอบการรถเครน

อย่ายึดติดกับสิ่งพวกนี้

  1. อย่ายึดติดกับสิ่งพวกนี้

    1.ระดับน้ำ : รถเครนที่ทำงานในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะเก่า ผลิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10-20 ปี ระดับน้ำหลายคันมีตามด หรือสนิม ทำให้เชื่อถือไม่ได้เท่ารถเครนใหม่ๆ
    2.ไฟสัญญาณ 3 สี : ไฟสัญญาณนี้ คือ สัญญาณเตือนปลายเหตุ/ ต้นเหตุ คือ การอ่านกราฟให้เป็น และการตั้งรถอย่างถูกต้องมากกว่า
    3.คอมพิวเตอร์รถเครน : คอมพิวเตอร์รถเครน ก็เป็นปลายเหตุเหมือนกัน/ ในตำรา OSHA and ANSI บอกว่า ให้เชื่อถือการคำนวณหน้างาน มากกว่าเชื่อถือคอมพิวเตอร์รถ 
    4.ใส่หมวก ใส่เข็มขัด ใส่รองเท้าเซฟตี้ ระหว่างขับเครน : ใส่พวกนี้แล้ว (PPE) ไม่ได้ทำให้ทำงานปลอดภัยขึ้น กับเพิ่มความเครียดให้กับ พนักงานขับรถเครน

อันตรายที่มองไม่เห็น …

  1. อันตรายที่มองไม่เห็น …
    1. อย่าทำงานใกล้ปากหลุม ปากบ่อ ริมแม่น้ำ ริมทะเล
    ถ้าจำเป็น ต้องห่างจากปากหลุม 1.5 เท่าของความลึกของหลุม
    ยกตัวอย่างเช่น
    ยกของริมแม่น้ำ เอาไม้ยาวๆไปวัด น้ำลึก 4 เมตร
    ให้ถอยออกมาตั้งขารถเครนไกลอย่างน้อย 6 เมตร จากปากหลุม
    แต่หากจำเป็น อย่ารับงานประเภทนี้
    เพราะว่าดินใต้พื้น สามารถไหลได้เหมือนคลื่นใต้น้ำ
    รถเครนจะคว่ำทันที
    2. หญ้า ทางน้ำผ่าน ท่อระบายน้ำ
    หญ้า มีความชื้นอยู่ รถวิ่งเข้าไปก็จม วางขาก็ทรุด
    ทางน้ำผ่าน ท่อระบายน้ำ อย่าเอาขารถเครนไปวาง
    3. งานที่รถเครนไม่ได้อยู่บนพื้นโลก
    เช่น งานที่รถเครนต้องขึ้นชั้น 2
    หรือว่าทำงานชั้น 1 แต่มีใต้ดินหลายๆชั้น
    (ยังไม่ค่อยเจอ ในประเทศไทย)
    ต้องวางขารถเครนกับแนวคานหลักเท่านั้น
    4. งานพื้นเอียงลาดชัน
    ห้ามตั้งรถเครนในแนวลาดชันเด็ดขาด
    รถเครนจะคว่ำได้ง่ายๆ หรือ พื้นอาจจะแตกเสียหายได้
    เพราะความสามารถรถเครนคำนวณจากพื้นเกือบเสมอระดับน้ำ
    ปล. ช่วงนี้ Admin ติดงานเยอะครับ
    Admin คนอื่นๆ ก็ติดภารกิจหลายอย่าง
    อาจจะตอบช้าหน่อยนะครับ
    เครดิต แฟนเพจกลุ่มผู้ประกอบการรถเครน

สลิงที่หายไป ..

  1. สลิงที่หายไป ..

    ถ้าใช้สลิงยกของ 4 เส้น
    ให้คำนวณน้ำหนักที่ 3 เส้น
    ถ้าใช้สลิงยกของ 5 เส้น
    ให้คำนวณที่ 4 เส้น
    ถ้าใช้สลิงยกของ 6 เส้น
    ให้คำนวณที่ 5 เส้น
    เหตุผล คือ จะมีสลิง 1 เส้น
    ไม่ได้ออกแรง แค่ทำหน้าที่สมดุลการยก
    (Act as a balance.)
    ถามว่า ยกแล้ว ยกได้หรือเปล่า?
    ตอบได้เลย ว่า .. ยกได้สบายมาก
    เพราะว่าสลิงเผื่อค่าเซฟตี้ไว้เยอะมาก
    แต่ถ้ายกเกินโหลดของสลิง
    สลิงอาจจะผิดรูป ทำให้สลิงอายุการใช้งานไม่นาน
    เรื่องการคำนวณสลิง สนุก และน่าสนใจมาก
    ถ้ามีโอกาส Admin จะขอเล่าให้ฟังในโอกาสต่อๆไป
    เจอกันสัปดาห์หน้าครับ ..
    เครดิต แฟนเพจกลุ่มผู้ประกอบการรถเครน

ถ้าเชื่อถือที่วัดระดับน้ำในรถไม่ได้ ให้ทำอย่างไร?


  1. ถ้าเชื่อถือที่วัดระดับน้ำในรถไม่ได้ ให้ทำอย่างไร?
    ระดับน้ำ รถเครนมือสองที่เก่าๆ เชื่อถือไม่ค่อยได้
    ซ่อมให้ดีก็ยาก หาอะไหล่ก็ไม่ได้ หาหน่วยงานมาสอบเทียบก็ไม่ค่อยมี
    จะพกที่วัดไปด้วย ก็ทำหาย เจ้านายก็ไม่ให้
    แล้วจะต้องทำอย่างไร
    ในการแก้ไขสถานการณ์แบบนี้
    คำตอบ คือ ..
    ใช้รถเครนยืดบูมออกให้ยาวที่สุด เท่าที่จะทำได้
    ทิ้งรอกลงมาถึงดิน
    ถ้าพื้นเอียงมากๆ จะสังเกตได้ทันทีว่าผิดปกติ
    รอก และแนวสลิงจะไม่ตรงกับจุดศูนย์กลางของรถ
    รถเครนโชคดีมาก เพราะว่าอุปกรณ์พร้อม
    ในเรื่องการทดสอบแบบนี้
    แต่ในเชิงเทคนิค และประสบการณ์แล้ว
    ยังมีอีกหลายเทคนิคเรื่องวัดระดับน้ำนี้ แต่จะไม่กล่าวถึงไว้
    เพราะว่า ค่อนข้างวัดผลได้ยาก
    ใช้ความรู้สึก และความเคยชินเป็นส่วนใหญ่
    ครั้งหน้า จะอธิบายเกี่ยวกับความสามารถที่ลดลง
    ในองศาที่แตกต่าง กัน 
    ใครมีเทคนิคแนวนี้ เข้ามาแชร์กันได้นะครับ
    เพื่อประโยชน์ของพวกเราทุกคน
    เครดิต แฟนเพจกลุ่มผู้ประกอบการรถเครน

องศาที่แตกต่าง … ทำให้การยกต่างกัน

  1. องศาที่แตกต่าง … ทำให้การยกต่างกัน
    การทำงานบนพื้นเอียง
    - ทำให้เกิดปัญหากับการทำงาน เช่น สวิงไม่ค่อยไป ของแกว่งแรง เป็นต้น
    - สร้างภาระให้กับรถในระยะยาว เช่น เอวรถเครน เป็นต้น
    - สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ ที่ตั้งรถ เช่น พื้นปูนอาจแตก เป็นต้น
    - กราฟการทำงาน ตามมาตรฐาน คิดที่พื้นเอียงอย่างมาก 1 องศา
    - รถบางยี่ห้อ คิดที่ 0.5 องศา
    และมีเชิงเทคนิคเกี่ยวกับพื้นเอียงอีกมาก
    แต่ยังไม่อธิบายในวันนี้ เพราะว่ามันเกินกว่าที่จะนำไปใช้ได้
    เครดิต แฟนเพจกลุ่มผู้ประกอบการรถเครน